สำนักงาน กสทช. ภาค1
สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ Office of The National Broadcasting and Telecommunications Commission
หน้าแรก > การบังคับใช้กฎหมาย > ตรวจค้นโกดังต้องสงสัย บริเวณอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ตามหมายค้นของศาลจังหวัดธัญบุรี จากการตรวจย
บันทึกโดย : นายสิทธิเกียรติ ศรีเมือง     หมายเลขโทรศัพท์ : 4198 วันที่บันทึก : 27/05/2569
ตรวจค้นโกดังต้องสงสัย บริเวณอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ตามหมายค้นของศาลจังหวัดธัญบุรี จากการตรวจยึดของกลางพบว่า เป็นเครื่องวิทยุคมนาคม
ตรวจค้นโกดังต้องสงสัย บริเวณอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ตามหมายค้นของศาลจังหวัดธัญบุรี จากการตรวจยึดของกลางพบว่า เป็นเครื่องวิทยุคมนาคม

          วันที่ 30 เมษายน 2569 สำนักงาน กสทช. ภาค 1 โดยนายวีรพนธ์ ศรีนวล รักษาการแทน ผู้อำนวยการสำนักงาน กสทช. ภาค 1 พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงานสำนักงาน กสทช. ภาค 1 ร่วมกับสำนักกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม โดยหน่วยเฉพาะกิจพระพาย ตำรวจ สอท.1 เจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิต และเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร ตรวจค้นโกดังต้องสงสัย บริเวณอำเภอคลองหลวง จังหวัด ปทุมธานี ตามหมายค้นของศาลจังหวัดธัญบุรี จากการตรวจยึดของกลางพบว่า เป็นเครื่องวิทยุคมนาคมดังต่อไปนี้ 1.เครื่องวิทยุคมนาคมประเภท กล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ดิจิตอล จำนวน 501 เครื่อง 2.เครื่องทำสำเนาสมาร์ทการ์ด (SMART CARD REPLICATOR) จำนวน 17 เครื่อง 3.อากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (Drone) จำนวน 2,024 เครื่อง จากการเข้าตรวจค้นดังกล่าวพบว่า มีการจำหน่ายเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้ค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม จึงเป็นการกระทำความผิดฐานมีและค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต ตามมาตรา 6 ประกอบมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือจำคุกไม่เกินห้าปี หรือทั้งปรับทั้งจำ นอกจากนี้ การจำหน่ายเครื่องวิทยุคมนาคมประเภทกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ดิจิตอล ยังเป็นการกระทำความผิดฐานจำหน่าย และมีไว้เพื่อจำหน่ายเครื่องรับเครื่องมือหรืออุปกรณ์เพื่อให้คนอื่นนำไปใช้รับหรือแปลงสัญญาณในการรับรายการของกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกโดยไม่ได้รับอนุญาตมาตรา 70 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
         การดำเนินการตรวจยึดเครื่องวิทยุคมนาคมดังกล่าว เป็นการบังคับใช้กฎหมายตามอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน กสทช. อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการนำไปใช้ในทางที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและอาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรม อันส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติและความปลอดภัยของประชาชน ทั้งนี้ เป็นไปตามข้อสั่งการของนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ที่กำชับให้เร่งรัดการปราบปรามการใช้และครอบครองเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมทั้งติดตาม ขยายผล และดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

001.jpg

002.jpg

003.jpg

004.jpg

005.jpg